วันพุธ, ธันวาคม 17th, 2014 | Author:

เที่ยว London อีกวันแต่ว่าวันนี้พยากรณ์อากาศว่าฝนจะตกทั้งวัน และอุณหภูมิประมาณ 5 องศา ผมว่าไม่ดีแน่ถ้าจะออกไปเดินถ่ายรูปด้านนอกตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น แผนการวันนี้คือไปเดินเล่นในอาคารกัน ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าเดินในพิพิธภัณฑ์ แล้วแถมวันนี้เป็นวันศุกร์ ที่ British museum ปิดค่ำด้วย ประมาณ 3 ทุ่มดังนั้น วันนี้ขอนำเสนอพิพิธภัณฑ์ใน London ล้วนๆนะครับ

ว่าแต่ทำไมต้องไปเดินพิพิธภัณฑ์ มันดียังไง ข้อดีของพิพิธภัณฑ์ที่ London นี่ดีสุดคือ เข้าฟรี ครับ เหมือนเค้าส่งเสริมให้คนของเค้า โดยเฉพาะเด็กๆ เข้าไปหาความรู้จากพิพิธภัณ์ เริ่มต้นที่ Natural History Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ นั่งรถไปลงที่สถานี South Kensington เดินออกมาก็ถึงเลย ด้านหน้ามีลาน Ice skate ให้เด็กๆเล่นด้วย แต่ก็ต้องเสียตังค์ค่าเล่น เราเคยเล่นมาละ เลยผ่านไปยังตัวพิพิธภัณฑ์เลย

ในการเข้าที่พิพิธภัณฑ์นี้ มีทางเข้าหลายทางนะครับ คือทางหน้า และทางด้านข้าง หลายคนคิดว่ามีทางเข้าทางเดียว มายืนต่อคิวเข้ากันยาว เพราะเค้าต้องเช็คกระเป๋าก่อนเข้า เราดูคิวแล้วเลยคิดว่ามันยาว เดินไปที่ พิพิธภัณฑ์ Science museum ก่อนดีกว่าอยู่ติดๆกัน ที่ไหนได้พอเดินมาทางด้านข้างที่จะไป Science museum มีทางเข้าอีกทางนึง ไม่มีคนซักคน เดินเข้าได้เลยทันที ไม่ต้องไปต่อคิวเลย เอ่อ ดีจัง ดังนั้นแนะนำสำหรับคนที่จะมาเที่ยว ถ้าคนต่อคิวด้านหน้าเยอะ ลองเดินมาด้านข้างนะครับ เข้าได้เหมือนกัน ไม่ต้องรอคิวด้วย

ที่พิพิธภัณฑ์ Natural History นี้ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นพวกประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ ผมว่าดีมากๆ สำหรับคนที่มาเที่ยวกับเด็ก ผมไม่แปลกใจเลยที่เวลาเราเรียนหนังสือภาษาอังกฤษ มักเจอคำถามว่า เคยไป museum มั้ย ชอบอะไรใน museum บ้าง เด็กไทยแทบตอบกันไม่ได้เพราะเมืองไทยเราไม่มี museum ดีๆให้ดูเท่าไร และไม่รู้จะมีอะไรข้างในบ้าง แต่ที่นี่ มีของให้ดูเยอะมากครับ ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ที่มีทั้งโครงกระดูก ทั้งตัวที่เคลื่อนไหวได้ มีวิดีโอ มีอะไรให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก ถ้าเป็นเด็กๆมาเดิน และมีคนอธิบายให้ความรู้ รับรอง ได้ความรู้กลับไปไม่มีเบื่อเลยล่ะครับ ดังนั้นถ้าพาลูกมาเที่ยว London แนะนำให้เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยนะครับ

ในตัว Natural History แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ซ้าย ขวา ซ้ายเป็นพวกสัตว์ ตั้งแต่โบราณ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ บก นำ้ เลื้อยคลาน หรือ บินได้มีหมด ส่วนทางปีกขวา เป็นพวกพืช แร่ โลก และสิ่งไม่มีชีวิตอื่นๆ มีพวกสัตว์สต๊าฟ และคำอธิบายให้ดู นี่แหละ เด็กฝรั่งเค้าเลยมีพื้นฐานความรู้มากมายตั้งแต่เด็ก และวันที่ผมไปนั้นมีพ่อแม่ และโรงเรียนพาเด็กๆมาเยอะมากเลย ดูเหมือนเป็นการศึกษานอกห้องเรียนอย่างแท้จริง โรงเรียนไทยอยากให้มีอย่างนี้บ้างจัง

 เราเดินดูทุกห้องเลย ว่าง่ายๆ เดินจนขาลากอะครับ จินตนาการว่า ถ้ามีลูกและได้มาที่ London อีกครั้ง จะพาลูกมาเดินที่นี่แน่นอน แล้วจากนั้น เราก็ออกไปต่อที่อีกพิพิธภัณฑ์คือ Science museum ซึ่ง ตอนนั้นผมคาดหวังที่นี่ไว้สูง ว่าน่าจะมีอะไรที่เป็นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือของเล่นอะไรให้ดูตื่นตา แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ที่ Science museum มีของให้ดูน้อยมากๆๆ แต่เน้นเป็นการโชว์ หรือโรงหนังที่ฉายพวกที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่น อวกาศ หรือโลกใต้ทะเล ทำนองนั้น เป็นโรงหนังระดับ IMAX แต่ก็นะ จะดูต้องจ่ายตังค์ ต่อคน ตั้ง  £20 ได้ โอ้ แพงเกินไปครับ ผมเลยไม่ได้ดูอะไรเท่าไรเลย เราใช้เวลาที่นี่แค่ชั่วโมงเดียวเองมั้ง เพราะเดินได้แค่ 1 ชั้นเท่านั้น

ดูนาฬิกาแล้วเป็นเวลาบ่าย ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้กินข้าว ไปหาอะไรกินดีกว่า ซึ่งจากแถวพิพิธภัณฑ์นี้ไม่มีร้านอาหารที่เราเล็งไว้ มีแต่ที่แถว China town ดังนั้น เราเลยนั่งรถต่อไปลงที่ Leicester square แล้วเดินออกมาทางร้าน m&m ซึ่งน้องที่เรียนที่นี่เค้าบอกว่า มีร้านญี่ปุ่นอยู่ร้านนึงชื่อ Misato ร้านเล็ก หายใจแรงไม่ได้ เดี๋ยวร้านจะหายไป เหอๆๆ มันก็คงอย่างนั้นครับ เดินผ่านไม่ทันมอง สามารถเดินเลยร้านไปได้ง่ายๆ เพราะร้านเล็กนิดเดียว ร้านนี้มีดีตรงที่ราคาอาหารไม่แพง ประมาณ £5-6 แต่ได้อาหารจานโต รสชาติใช้ได้ และพนักงานทั้งร้านเป็นคนไทยครับ คุยกันง่ายเลยแหละ ใครสนใจเชิญได้นะครับ ห่างจากร้าน Four seasons ของ China town แค่ 5-6 ห้องเท่านั้นครับ

หลังจากอิ่มท้องด้วยอาหารญี่ปุ่นจานโตแล้ว ต่อไปเราจะไปต่อที่ British museum เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ใหญ่และเปิดถึงค่ำวันนี้ ต้องเดินนานแน่นอนที่นั่น เราใช้วิธีเดินจากแถว China town ไปยัง British museum ประมาณ  3 แยกไฟแดง (ไกลอยู่นะ) แต่ก็เร็วกว่านั่งบัส เพราะรถติดม๊าก ไปถึงหน้าพิพิธภัณฑ์ ยังกะเค้าไม่เปิด เล่นปิดไฟซะมืดเลย ใจหล่นไปตาตุ่ม ว่ามาเสียเที่ยวมั้ยเนี่ย แต่จริงๆ เค้าเปิดครับ แค่ประหยัดไฟเฉยๆ

ที่ British museum นั้นแตกต่างจาก Natural History museum ครับ เพราะที่นี่ไม่มีเด็กเลย มีแต่ผู้ใหญ่ เพราะที่นี่มีแต่เรื่องราวของสิ่งของที่เอามาจากทุกมุมโลก ตั้งแต่ศิลปะอียิปต์ โรมัน มีมัมมี่ มีเครื่องทอง มีของใช้จากทั้งทางฝั่งเอเชียจนถึงแอฟริกา มีเยอะไปหมดเลย คนที่สนใจประวัติศาสตร์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

สิ่งของน่าสนใจอย่างแรกคือหิน  Rosetta stone (รูปซ้ายมือ) เป็นหินที่สลักข้อความต่างๆไว้ ประมาณว่าเป็นหลักศิลาจารึก อันแรกๆของโลก หลายพันปีมาแล้ว บอกเรื่องราวต่างๆในอดีตมากมาย และยังคงความสมบูรณ์ในส่วนของตัวอักษรอยู่มาก

อย่างที่สองคือพวกมัมมี่ครับ มีเยอะ หลายตัวเลย มีทั้งที่แกะผ้าออกแล้ว และยังไม่แกะ มีโลง มีอุปกรณ์ต่างๆให้ดูครบเลย และอย่างต่อมาคือ กระโหลกแก้ว ที่เค้าว่าเป็นของทางฝั่ง Mexico แต่นักวิจัยยืนยันแล้วว่าเป็นของทางฝั่งยุโรปครับ เพิ่งรู้นะเนี่ย และอีกอันคือ ตุ๊กตาหิน จากเกาะ Easter (ประเทศชิลี แถบทวีปอเมริกาใต้) ทางพิพิธภัณฑ์ เค้าก็ยังอุตสาห์ไปเอามาได้

จากนั้นเป็นจุดไฮไลท์ที่ผมตั้งใจมาดูเป็นพิเศษ นั่นคือห้องหมายเลข 18 ที่เก็บวัตถุโบราณจาก เขาอะโครโปลิส ที่เอเธนส์ ผมไปที่นั่นมาแล้ว ได้เห็นของจริง ได้รู้จากคนที่นั่น ว่าชาวอังกฤษน่ะมาเอาชิ้นส่วนของวิหาร Pathenon ไป แม้ทางกรีซขอคืน อังกฤษก็ไม่ให้ บอกว่ามันเป็นสมบัติโลก อังกฤษจะดูแลให้ว่างั้น ทำให้ชาวกรีกไม่พอใจอย่างมาก วันนี้ผมได้มาเดินดู ที่ที่เค้าเก็บไว้ ผมเห็นของหลายอย่างแล้วอด หดหู่ไม่ได้ เพราะของที่มันควรจะอยู่ในที่ของมัน ก็ถูกเอามาจากประเทศบ้านเกิด เค้าขอคืนก็ไม่ให้ บางทีก็อดเศร้าแทนไม่ได้

จาก British museum แล้วก็ถือว่าเสร็จการเที่ยวกรุง London เมืองหลวงแห่งอังกฤษแล้ว เรายังมีแผนไปอีกเมืองนึงซึ่งเคยได้ยินแต่ชื่อว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก นั่นคือ Cambridge วันรุ่งขึ้นเราจะไปที่ Cambridge กันนะครับ

ภาพสวยๆ จาก London (Museum)


Category: Travel Guide
You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

4 Responses

  1. 1
    Prang 

    เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของโบราณจากที่ต่างๆไว้เยอะมว๊าก
    น่าจะเอามาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม(คิดแบบมั่วๆ)
    แต่บอกตามตรงลานไอซ์สเก็ตเป็นอะไรที่น่าสนใจมากจริงๆ
    เกี่ยวไหมเนี่ย555

  2. 2
    Prang 

    รอติดตาม DAY5 ต่อนะคะ :)

  3. 3
    ป่าน 

    หาเจอร้าน Misato ด้วย
    ว่าแล้วก็อยากกินอาหารญี่ปุ่น
    มีแบบบุฟเฟย์ อีกร้านนึงด้วยนะคะ แต่ £18 แต่อร่อย เน้นปลาดิบ

  4. 4
    Noon 

    เคยเถียงกะอาจารย์สอนภาษา คนอังกฤษเรื่องประเทศพี่แกถือสิทธิ์อะไรมาเก็บสมบัติของประเทศโน้น ประเทศนี้ไปใส่มิวเซียมตัวเอง … แกก็ให้เหตุผลเหมือนที่ว่านั่นแหละค่ะ … ไอดูแลให้นะ อยู่บ้านยูไม่ปลอดภัย ดูแลกันไม่ดี … แล้วถ้าคนประเทศนั้นเขาอยากดู เขาก็ต้องถ่อไปดูถึงอังกฤษ … จานแกก็บอกว่า แต่ก็เข้าดูฟรีเลยนะจ๊ะ ดูแลให้ ได้ดูฟรี มีที่ไหนดีกว่าอังกฤษ อี๊กกกกก :p

Leave a Reply